thai NL1 เืดือน มีค 2554 กับ USMLE step1

(1/2) > >>

mylittlebook:
สวัสดีค่ะ พอดีเมื่อประมาณกลางเดือนมีค มีโอกาสได้ไปสอบ NL 1 กับ USMLE step 1 มาค่ะ เลยอยากมาแชร์ วิธีการเตรียมตัวและเนื้อหาข้อสอบที่ปีนี้เปลี่ยนแนวไปบ้าง ให้เพื่อนๆๆในบอร์ดนี้ค่ะ

์NL 1 สอบวันที่ 12 มีค 2554

เนื้อหา: ข้อสอบปีนี้เปลี่ยนแนวทางไปบ้างเล็กน้อยค่ะ คือว่า จะเน้นความรู้เกี่ยวกับ gross และ embryo มากขึ้น ข้อสอบจะถามความรู้ในส่วน basic มากขึ้นมาก และถามความจำแบบสับสน ตัวอย่างเช่น ถามว่า surfactant ในปอดของคน เป็นชนิดไหน คำถามดูไม่ยากแต่ choice จะหลอกๆๆ ให้สับสน (a. phosphatidylcholine, phoshatidylinositol,phosphatidylserine, phosphatidyl...) ถ้าเกิดจำมาไม่ละเอียดอาจสับสนได้ค่า้ ส่วนbiochem ปีอื่นๆจะเน้น pathway ที่เป็น CHO,protein แต่ปีนี้เน้น lipid และเรื่อง vitamin ก็ออกมากๆๆ เกี่ยวกับลักษณะอาการในกรณีที่ขาด แต่ปีนี้ที่ยากมีการถามเกี่ยวกับ trace element ด้วยค่ะ สำหรับ genetic ซึ่งเป็นหัวข้อย่อยของ biochem ออกไม่ยากค่ะส่วนใหญ่จะเน้นคำนวณว่าลูกมีโอกาสเกิดกี่เปอร์เซ็น ในกรณีของ autosomal ressive และมีให้ pedigree แล้วในเราคิดว่าน่าจะเป็นชนิดไหน ปีนี้ออกแบบ mitochodria type ลูกทุกคนของแม่ที่เป็นโรคจะเป็นโรคทุกคน ส่วน micro ก็ถามยากซับซ้อนมากกว่าปีก่อนๆๆ แต่ส่วน parasite ไม่ยากค่ะแค่ดูรูปก้อรู้ว่าเป็นชนิดอะไรแล้ว เป็นส่วนที่ช่วยเก็บแต้ม  

ส่วนความรู้เกี่ยวกับ patho ซึ่งเมื่อก่อนจะมีข้อสอบลักษณะ มี key word ของ patho แล้วตอบปีนี้จะยากกว่าเดิม ไม่เน้น patho เท่าไรแต่เอา pathoมาเป็นโจทย์มากกว่าแล้วถามเป็น pharmacol ว่าจะใช้ยาอะไร เช่นมีอาการคนไข้มาเลยว่าเป็นหิด แล้วถามว่า ใช้ยาอะไรดี


โดยรวมปีนี้ในความรู้สึกเรา จากการทำข้อสอบย้อนหลัง NL แค่ปีเดียว (เนื่ีองจากเราเน้นทำข้อสอบ usmle เป็นหลัก ไม่ได้เตรียมตัวกับ NL มากนัก) เราว่าข้อสอบมีการเปลี่ยนแนวไปพอควรเลย คำถามที่เราตอบไม่ได้เลย คือว่าไม่เคยเรียนเลยก็มีพอควรเช่นถามว่าถ้าอยากตรวจ Ab ในผู้ป่วย SLE ต้องใช้เลือดที่ใส่ใน tube อะไร หรือว่าเก็บ electrolyte ใส่tube ที่ใส่สารอะไร เห็น อ เฉลยว่า ใส่ plain tube อันนี้เราก้อไม่รุ้ เพิ่งจะรู้ตอบขึ้น ward เนี่ย

แต่ข้อสอบเก่าก้อช่วยได้ถ้าทำหลายๆปีย้อนหลัง พอช่วยเป็นแนวทางว่าต้องเน้นโรคอะไรได้ค่ะ เพราะเราเห็นน้องที่คณะส่วนใหญ่ทำข้อสอบเก่าก้อสอบได้ผ่านกันเยอะเลย


USMLE step 1 สอบวันนี้ 11 มีค 2554
ลักษณะข้อสอบ เป็น 7 block block ละ 46 ข้อ ให้เวลา 1 ชม พักระหว่าง blockได้ ให้เวลา พัก ทั้งหมด 45 นาทีค่ะใน 1 วัน
ข้อสอบจะ run ทุกวิชา ทุก ระบบในแต่ละblock

ข้อสอบโจทย์จะยาวมากๆๆเลยมีค่า lab มากมายมาให้ คำถามมักเน้นถาม diagnosis เป็นหลัก มีผล patho เป็นรูปชัดๆๆมาให้ รวมทั้งเสียง murmur ก้อมีหูฟังให้ฟังเอง ซึ่งโจทย์จะไม่ใช่ key word ของ murmur มาให้แต่จะให้ฟังเอง แต่คำถามไม่ยากมากค่ะ ส่วนใหญ่จะพอฟังแล้วรู้ คำถามส่วนใหญ่ไม่ซับซ้อนมากแต่เน้นโจทย์ยาวอ่านแล้วเสียเวลามากค่ะ แต่ส่วนที่ยากที่สุดคือ ส่วน behavioral science ค่ะ เพราะว่าบางอันอ่านโจทย์แล้วงง  ว่าตอบไรดีตอบได้ทุกข้อเลย


การเตรียมตัวนะคะ : สำหรับเราแ้ล้วเราเตรียมตัวสอบ USMLE เป็นหลักเลยค่ะ เพราะว่า มันยากกว่าสอบใบประกอบในประเทศสำหรับความคิดเห็ฯเรา เพราะว่า ต้องจำเชื้อใหม๋หมดในส่วนของ micro และ โรคบางชนิดคนไทยไม่ได้เป็น เป็น CF หรือว่าโรคทาง genetics ที่ชื่อแปลกๆๆ ที่พบเฉพาะฝรั่งอันนี้ก้อต้องเพิ่มค่ะ  หนังสือที่เราใ้ช้อ่านเป็นหลักเลยคือ USMLE first aid step 1 เป็นหลักและทำข้อสอบจากหนังสือ QandA first aid, Q blank kaplan ทำไปแล้วก้ออะไรที่ไม่รู้ก้อจดเพิ่มลงไปในหนัง first aid พอใกล้ๆสอบก้ออ่านแค่ในหนังสืออีกรอบค่ะ สำหรับเรา part biostat ของประเทศไทยเราทิ้งเลย แล้วก้อไปท่องเฉพาะ ของ USMLE ค่ะ อ้อเราเริ่มอ่านหนังสือเดือน มค ค่ะเพราะว่าปิดเทอมแล้วก้ออ่านมาเรื่อยๆวันละสี่ชม แต่ช่วงใกล้ก้ออ่านมากกว่าสี่ชมค่ะ แต่อ่านก้อไม่ได้นั่งอ่านตลอดมีไปออกกำลังกายบ้างเพราะว่า อ่านติดๆๆกันตลอดมันจะเบื่อค่ะ


เป็นกำลังใจให้ทุกๆๆคนที่จะไปสอบ NL และ USMLE นะคะ แล้วยังไงมาก share ประสบการณ์กันได้ค่ะ  

deedoc:
ขอบคุณคุณ mylittlebook มากๆๆค่ะ

Teru:
    เห็นกระทู้นี้เลยอยากขอเล่าประสบการณ์คร่าวๆเกี่ยวกับการสอบศรว หรือ สอบ license ไปซึ่งผมได้เข้าสอบ NL2 เป็นภาคคลินิกสอบวันที่ 13 มีนาคม 2554 และประกาศเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2554 
   การสอบแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายอย่างละ 3 ชั่วโมง ดูเหมือนจะนานแต่พอทำข้อสอบแล้ว เวลามันช่างผ่านไปเร็วจริงอะไรจริง เนื้อหาที่สอบจะเป็นสิ่งที่นำไปใช้จริงทางคลินิกโดยไม่เน้นรายละเอียดมากนัก แต่บางข้อก็ยากอยู่ หลายข้อที่ทำได้เพราะได้ดูคนไข้จริงๆและรู้สึกคุ้นๆ จึงจะเห็นได้ว่าสถิติผู้เข้าสอบผ่านดีกว่า NL1 ซึ่งส่วนตัวมองว่ามันยากกว่า NL1 มากครับ คงเป็นเพราะการเห็นของจริงทำให้จดจำ case ได้ดีกว่า จะเห็นได้ว่าบางคนสอบ NL2 ผ่านแต่ทำยังไงก็สอบ NL1 ไม่ผ่านซักที( สอบ NL1 ไม่ผ่านสามารถเข้าสอบ NL2 ได้ครับ ) มาเข้าเรื่องเนื้อหาเผื่อมีใครเข้าสอบจะได้เตรียมตัวถูกจุด
    เนื้อหาแบ่งออกเป็นตาม ward ที่ไป rotate แบ่งเป็น major ward คือ สูติ ศัลย์ med เด็ก minor ward คือ Eye ENT ANES  Ortho Forensic และ  family med
แต่แน่นอนเนื้อหาเยอะมากครับ ผมก็อ่านไม่ถึงครึ่งแต่อยากให้ผู้ที่จะเข้าสอบไปอ่านเน้นที่ออกสอบเยอะและสำคัญที่ระดับแพทย์จบ 6 ปีควรรู้คือ ward med และเด็กสองอันนี้รวมกันประมาณ 50-60% ได้ครับข้อสอบก็ออกโรคที่พบทั่วๆไปเช่น COPD Asthma  Hypertension  แก้ electrolyte ทั่วๆไป  แนะนำหนังสือคือ first aid USMLE STEP 2 CK ถ้าเอาแค่ผ่านเล่มเดียวก็พอครับ แต่ส่วนมากที่พบเจอคืออ่านเล่มเดียวรอบเดียวมักไม่รู้เรื่อง อันนี้แล้วแต่บุคคลเลยครับว่าอยากอ่านอะไรเพิ่มเติม
    รายละเอียดการสอบผมคงบอกอะไรไม่ได้มากเพราะลืมไปค่อนข้างเยอะแต่สิ่งที่อยากบอกคือ
1. การอ่านหนังสือโดยดูคนไข้เยอะๆและเกิด problem และเราไปอ่านต่อยอด problem นั้นจึงจะเป็นประโยชน์จริงๆ คือจำจนวันตาย และเวลาอ่านเช่นคนไข้มาด้วยปวดท้อง อาจจะมีแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรค AGE เราไม่ควรอ่านแค่โรคนี้แต่ควรอ่านโรคที่คิดถึงวินิจฉัยแยกโรคทั้งหมด
2. พยายามอ่านแล้วทำ short note เป็นของตัวเอง เวลาขึ้นปฏิบัติงานเป็น extern ได้ใช้ประโยชน์จริงๆครับรวมถึงตอนจบเป็นแพทย์ด้วย
3. การสอบ NL สำคัญมาก ขนาดที่ว่าหลายต่อหลายคนจบแพทย์ได้แต่ไม่เป็นแพทย์ก็เพราะสอบไม่ผ่านนี่แหละ บางคนตกแล้วตกอีกจนท้อ แต่ก็มีหลายคนอย่างเพื่อนร่วมชั้นผมที่สอบ NL1 ถึง 5 ครั้งและผ่านในครั้งที่ 5(ปี 3 , ปี4  2ครั้ง ปี5 2ครั้ง) ก็ยังไม่ท้อและยังสู้ต่อไป
       ก็ขอให้คนที่เรียนอยู่สู้ๆครับ ค่อยๆอ่านหนังสือไป ดูคนไข้เยอะๆ เอาความรู้เป็นตัวตั้งและผลที่กลับมาก็จะสอบผ่านเองครับ

thomas:


ไม่ค่อยได้เข้ามาที่ gen.discussion  จึงเพิ่งเห็นกระทู้ของน้อง MLB

ดีใจด้วยครับว่าน้อง MLB มีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ   ;D

ขอบคุณน้อง MLB และ คุณ Teru ที่มาให้ข้อมูล  เป็นประโยชน์

กับน้องๆทุกคนที่ไปเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์  ความรู้สึกของน้องที่ปินส์

ผมจะรู้สึกได้ดีว่าขณะที่เรียนอยู่นี้  เขาทั้งหลายยังพยายามเอาตัวรอด

จากการสอบวิชาที่เรียนอยู่เลย   โอกาสที่จะได้ไปสอบเช่นน้องๆที่เรียน

อยู่ในเมืองไทยนี่เป็นไปไม่ได้เลย   ยังไงก็จะช่วยให้กำลังใจทุกคนไม่ว่า

จะเป็นน้องที่เรียนอยู่ที่ปินส์หรือที่เมืองไทยที่คุ้นๆเช่นน้อง MLB คุณ Itong

สำหรับน้องจากปินส์ก็อยากให้ตั้งเป้าให้พยายามไปสอบ USMLE เลยครับ

ไม่ใช่เอาแค่ผ่านที่ ร.ร.หรือ บอร์ดที่ไทยเท่านั้น  เพื่อแก้ข้อด้อยของเรา

ที่เป็นแพทย์ที่จบจากฟิลิปปินส์  สมัยผมเรียนมีนักศึกษาอเมริกันและปินส์

สัญชาติอเมริกันชั้นหนึ่งก็ร่วม 10 คน พวกนี้จบแล้วก็ต้องไปสอบ USMLE

ทั้งนั้นแหละครับ  เขาทำได้เราก็น่าจะทำได้เช่นกัน (แต่คงต้องฝึกภาษาให้

คล่องแคล่วอย่างแรง)

ltong:
 ขอบคุณพี่ MLM คุณ Teru สำหรับข้อมูล

  และขอบคุณสำหรับกำลังใจของพี่ Tomas นะครับ   

  วันนั้นได้มีโอกาสคุย MSN กับพี่ MLM เห็นว่าพี่เค้าสอบผ่านหมดแล้ว ทั้ง NL 1 และ USMLE step 1 สุดยอดเลยครับ เก่งจริงๆ

  USMLE คือเป้าหมายถัดไปของผมเหมือนกันครับ สู้ต่อไปเพื่อ residency ที่อเมริกา

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป