THAI MEDICAL INTERNATIONAL
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ตุลาคม 26, 2014, 02:37:38 PM

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
4506 กระทู้ ใน 751 หัวข้อ โดย 745 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: flyingnatt@TMI
* หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  THAI MEDICAL INTERNATIONAL
|-+  International Medical Schools
| |-+  Philippines Medical Schools
| | |-+  กระทู้แนะนำ
| | | |-+  การเรียน PBL (Problem-based Learning)
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: การเรียน PBL (Problem-based Learning)  (อ่าน 9494 ครั้ง)
Wit
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2008, 08:39:58 AM »

ถ้าแปลตามตัวก็คือการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ซึ่งในที่นี้หมายถึงการเรียนโดยให้ปัญหาของผู้ป่วย (Case ผู้ป่วยจำลองที่เค้าสมมุติขึ้น) แล้วให้กลุ่มของเราช่วยกันคิด

ถ้าตามstepที่ได้เรียนมาคือ
ขั้นแรก : definition คำศัพท์เพื่อที่ให้กลุ่มของเราเข้าใจความหมายของคำศัพท์นั้นตรงกัน เพื่อที่ความคิดของคนในกลุ่มจะได้ไปในทางเดียวกัน

ขั้นที่สอง : เขียน Fact ของผู้ป่วย เช่นปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ เป็นมานานกี่วัน อะไรทำนองนี้แหละครับ เพื่อที่จะให้เราเข้าใจถึงปัญหาของผู้ป่วยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ขั้นที่สาม : ขั้นตอนนี้ถือว่าสำคัญครับ เป็นการตั้งปัญหาว่าจาก Case ของผู้ป่วยที่เค้าให้มาเนี่ย เราสงสัยตรงไหนบ้าง ถึงขั้นนี้น้องๆสามารถแสดงความคิดเห็นและสงสัยได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งตั้งสมมติฐานไปด้วยว่าที่เราตั้งปัญหาอย่างนี้ มันน่าจะเป็นอย่างไร เพื่อที่ว่าหลังจากที่เราได้มาอภิปรายกันแล้ว ความเข้าใจของเราถูกต้องหรือไม่

ขั้นที่สี่ : เมื่อเราตั้งปัญหากันเสร็จแล้ว ทีนี้เราก็มาเริ่มตั้งหัวข้อว่าเราจะเรียนรู้เรื่องอะไรบ้าง เช่น กายวิภาคบริเวณลิ้นปี่ การทำงานของกระเพาะ เป็นต้น หากหัวข้อไหนที่ทางคณะต้องการให้เราเรียนรู้ขาดหายไป ทางอาจารย์ที่คุมPBLก็จะเป็นคนชี้นำว่าเรายังขาดหัวข้อเรียนรู้เรื่องนี้อยู่นะ ให้ไปศึกษามาด้วย

ขั้นที่ห้า : ไปค้นคว้าข้อมูลครับทีนี้ ไม่ว่าจากหนังสือหรือ internet ที่ทางคณะจะมีการจัดคอมพิวเตอร์ให้เราได้ไปสืบค้นกัน แล้วนำมาอภิปรายกันเพื่อสรุปปัญหาของผู้ป่วยรายนี้ครับ อาจจะอ่านแล้วงงไปบ้างนะครับ บางครั้งอาจไม่ต้องทำตามขั้นตอนนี้ตลอด แล้วแต่ว่ากลุ่มPBL ไหนจะสะดวกและตกลงกันยังไงครับ น้องจะเห็นว่าการเรียนแบบ PBL ก็เหมือนกับการตั้งสมมติฐาน ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ครับ เพราะการเรียนแบบนี้ทำให้เราได้เรียนแบบมีระบบ สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาตามสถานการณ์ได้

แบบดั่งเดิม : จะเป็นการเรียนแบบท่องจำ จำ จำ จำ แล้วก็จำ อาจจะดีหน่อยตรงที่พวกนี้เนื้อหาจะแน่นมาก เรียนเครียดนะพี่ว่า จะไม่ค่อยได้ฝึกการเรียนแบบวิเคราะห์ปัญหาของผู้ป่วย ทำให้บางทีตอนที่เราต้องไปตรวจคนไข้อาจตรวจผิดๆถูกๆหรือตรวจแบบไม่เป็นระบบได้(อาจจะนะ) แต่ขอยอมรับครับว่าการเรียนแบบนี้จะได้เนื้อหาที่แน่นมากๆ

พื้นฐานแน่นจริงๆ PBL : จะเป็นการเรียนเน้นไปในทางวิเคราะห์สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ ได้ฝึกการหาข้อมูลทางการแพทย์เพราะถ้าเราจบไปจะไม่มีคนมาคอยสอนเราตลอด เราต้องมีการเรียนรู้ด้วยตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งการเรียนแบบนี้ก็ช่วยเราได้เยอะเลยครับ การวิเคราะห์ปัญหาทำให้เรารู้รอบด้านครับซึ่งบางครั้งอาจไม่เกี่ยวกับการแพทย์แต่เป็นความรู้รอบตัว ซึ่งพี่ก็คิดว่าดีไปอีกอย่างนะครับ อ้ออีกอย่างพี่คิดว่ามันเป็นการเรียนที่พี่ว่าถ้าตั้งใจหาข้อมูลมาจริงและทำความเข้าใจกับมันดีๆล่ะก็ วิธีการเรียนแบบนี้จะทำให้เราจำได้แม่นมากครับ เพราะเราต้องคิดวิเคราะห์อย่างเป็นขั้นตอน ทำให้เรามองภาพรวมของเนื้อหานั้นๆได้ง่ายขึ้น

ข้อเสียการเรียนแบบนี้คือเนื้อหาไม่แน่นเท่ากับมหาลัยอื่นครับ ยิ่งถ้าขี้เกียจด้วยล่ะก็เสร็จแน่นอน อีกอย่างการเรียนที่นี่จะมีเรียน anatomy (ผ่าอาจารย์ใหญ่)น้อยมากถ้าเทียบกับมหาลัยอื่นทำให้เรามีความรู้ตรงส่วนนี้เทียบกับที่อื่นไม่ได้เลย

เขียนเมื่อ 22 มกราคม 2549 16 จาก http://www.tantee.net/board/user/topic_view.php?board=thaimedinter
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 15, 2008, 09:35:57 PM โดย kawee » บันทึกการเข้า
anonymous
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2008, 09:02:01 AM »

ตอนนี้ PBL ในไทย 100 % ก็มีที่...
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ส่วนที่อื่นๆ นั้น จะเป้นแบบสัดส่วนคะ คือมี PBL ปนกะเลคเชอร์ด้วยในอัตราส่วนที่ทางอาจารยืเห็นว่าสมควร แต่ในอนาคต ก็จะเปลี่ยนไปเป็นแบบ PBL 100 % กันหมดแร้ววววคร่าาาา

เขียนเมื่อ 22 มกราคม 2549 16 จาก http://www.tantee.net/board/user/topic_view.php?board=thaimedinter
โดย โอเปอเรเตอร์ร้านพิซซ่านุ่งสั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 15, 2008, 09:36:15 PM โดย kawee » บันทึกการเข้า
นุ่น
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 18, 2008, 11:15:25 PM »

สวัสดีค่ะ ตอนนี้เรียนแพทย์อยู่ปี 6 ที่ไทยค่ะ ที่คณะเป็นการเรียนแบบ PBL เลยมาช่วยอธิบายอีกแรงนึงค่ะ
พอดีน้องสาวก็กำลังจะไปเรียนที่ฟิลิปปินส์
การเรียนแบบ PBL ก็คือเป็นการเรียนจากปัญหาเป็นพื้นฐานค่ะ
อย่างที่คณะก็จะแบ่งนักศึกษาออกเป็นกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 6 - 7 คน และมี tutor เป็นผู้คอย guide แนวทาง
ในกลุ่มจะต้องประกอบด้วยประธาน และเลขากลุ่มค่ะ โดยประธานเหมือนเป็นผู้ดำเนินการ เช่น คอยกระตุ้นให้สมาชิกคิด หรือ คอยสรุปว่าเราdiscuss ถึงไหนแล้ว ส่วนเลขาก็จะเป็นผู้คอยจดรวบรวมข้อมูลอีกทีนึงค่ะ

เริ่มจาก tutor ก็จะแจก case ซึ่งจะเรียกว่าเป็น scenario ค่ะ คือตัวอย่างผู้ป่วย โดยจะมีข้อมูลมาให้ เช่นประวัติ การตรวจร่างกายและผล lab เบื้องต้น
ขั้นแรก ก็เริ่มจาก definition ค่ะ อย่างเช่นใน case ที่เราได้มาอาจจะมีคำแปลกๆที่เรายังไม่รู้จัก ก็จะมาช่วยกันแปลความหมายค่ะ เพื่อให้ในกลุ่มเข้าใจตรงกัน

ขั้นที่ 2 คือ problems ก็เริ่มมาคิดว่าใน case นี้มีปัญหาอะไรที่เราสงสัย โดยต้องคำนึงถึงปัญหาของผู้ป่วยเป็นหลักค่ะ

ขั้นที่ 3 คือ Analyse เราก็จะเริ่มมาวิเคราะห์ข้อมูลแต่ละ problem ที่เราตั้งไว้ โดยอาศัยจากความรู้ที่เรามีอยู่ในขณะนั้น โดยจะมี tutor คอยช่วยแนะนำเล็กน้อยค่ะ โดยในขั้นตอนนี้ทุกๆ คนในกลุ่มต้องช่วยๆกันระดมสมองค่ะ

ขั้นที่ 4 หลังจากที่เรา analyse เสร็จ เราก็จะมาตั้ง hypothesis ค่ะ หรือ สมมติฐาน โดยอาจจะเขียนออกมาในรูปของ flow chart หรือแผนภูมิ ซึ่งจะช่วยสรุปความคิดทั้งหมดของ scenario  

ขั้นที่ 5 คือ ตั้ง learning objective ค่ะ คือสิ่งที่เราต้องกลับไปค้นคว้าเพิ่มเติมค่ะ อันนี้เราก็ต้องอาศัยความขยันส่วนตัวค่ะ

ขั้นตอนที่ 6 คือ การสรุปสิ่งที่เราได้อ่านมาค่ะ โดยมาแชร์ความรู้กับเพื่อนๆ โดยจะมี tutor คอยถามสิ่งที่เรายังไม่ได้พูด หรือ ช่วยแก้ไขหรือเพิ่มเติมสิ่งที่เราอ่านมาให้ถูกต้องมากขึ้น ซึ่งอาจารย์จะให้เวลาประมาณ 3 วันในการอ่านก่อนจะมาสรุปความรู้กันค่ะ

ไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือได้มากหรือน้อย คิดว่าระบบ PBL น่าจะคล้ายๆกันทั้งในต่างประเทศและในเมืองไทยค่ะ
สิ่งที่คิดว่าจะได้ประโยชน์มากๆ จาก pbl คือ เราจะสามารถหาความรู้ได้ด้วยตัวเองตลอดชีวิต เนื่องจากความรู้ด้านการแพทย์จะต้อง up to date อยู่ตลอดเวลา สิ่งที่เราเรียน lecture ในวันนี้ อีก 1 ปีอาจจะล้าสมัยหรือเปลี่ยนไปแล้วก็ได้ แต่ถ้าเราสามารถหาความรู้ได้ด้วยตนเอง หรือเรารู้ว่าเราต้องไปหาความรู้จากแหล่งใด นี่คือประโยชน์ที่จะช่วยเรามากๆ ในอนาคตถ้าเราเรียนแบบ PBL ค่ะ

ส่วน lecture ก็จะดีกว่าในแง่ที่ว่า เราไม่ต้องไปหาความรู้เอง มีอาจารย์มาพูดให้ฟัง แต่ก็มีอาจารย์บางทั้งมักจะพูดเสมอๆ ว่า lecture 100% ตอนเราเดินออกจากห้องเราจะเหลือความรู้ประมาณ 10% และอีกประมาณ 1 อาทิตย์อาจจะจำอะไรไม่ได้เลย (อันนี้ประสบมากะตัวเองค่ะ ^^)

ถ้ามีอะไรสงสัยก็จะมาตอบเพิ่มให้นะคะ ช่วงนี้เปิดเทอมแล้ว อาจจะไม่ค่อยมีเวลามาตอบค่ะ แต่จะพยายามมาตอบค่ะ
บันทึกการเข้า
mylittlebook
Founding Member
Young Staff
******
กระทู้: 68



« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 18, 2008, 11:43:34 PM »

ขอบคุณคุณนุ่นมากเรยนะคะที่ให้ความรู้เรื่องการเรียนแบบ PBL เคยทราบข้อมูลมาแบบคราวๆแต่ก้อมีข้อสงสัยมากมายแต่ตอนนี้เริ่มเข้าใจมากขึ้นแล้ว ยิ้ม
บันทึกการเข้า
dd
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 19, 2008, 10:18:17 AM »

ขอบคุณคุณนุ่นมากๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!